โครงารรณรงค์เพือยุติการปล่อยคนผิดให้ลอยนวลปี2557

ก้าวไปข้างหน้าเพื่อต่อสู้การปล่อยคนผิดให้ลอยนวล เพือให้สือมวลชนทำหน้าที่ได้อย่างมีเสรีภาพและมีความปลอดภัย

วันนี้สมาคมเครือข่ายผู้สื่อข่าวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือซีป้่าเปิดโครงการรณรงค์ระดับภูมิภาคเพื่อแก้ไขปัญหาการละเว้นโทษผู้กระทำผิดหรือการปล่อยคนผิดให้ลอยนวลในกรณีการใช้้ความรุนแรงกับผู้สื่อข่าว

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเป็นปีที่4 โดยในปีนี้จะเป็นการจัดกิจกรรมขึ้นระหว่างวันที่ 3 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันต่อต้านการละเว้นโทษผู้กระทำผิด ต่อผู้สื่อข่าวในระดับโลก และว้นที่ 23 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันครบ 5 รอบปีการสังหารหมู่ที่จังหวัดมากินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ ที่มีผูู้สื่อข่าวถูกสังหาร 32 คน ในคราวเดียวกัน วันสำคัญสองวันมีวัตถประสงค์เพื่อเรียกร้อง

ภาครัฐและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในวงการสือสารมวลชนให้หลักประกันความปลอดภ้ยและสิทธิ

เสรีภาพในการแสดงออกของสื่อมวลชน

การรณรงค์ที่จะเกิดขึ้นตลอดเดือนพฤศจิกายนนี้่ เป็นความพยายามที่จะเรียกร้องความสนใจ

ต่อปัญหาการละเว้นโทษผู้ที่ใช้ความรุนแรงกับผู้สื่อขท้ั้งในระดับภูมิภาคและระดับสากลท้ั้งนี้เพื่อให้ทั้งภาดรัฐและสื่อมวลชนเห็นความจำเป็นท่ี่่จะต้องหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกันอย่าง

เด็ดขาดและจริงจัง

ในปีนี้ มีผุ้สื่่อข่าวถูกสังหารจากการปฎิบัติหน้าที่ 6 คน ประเทศฟิลิปปินส์ยังคงครองอันดับ

ประเทศที่เป็นอันตรายต่อผู้สื่อข่าวมากที่สุดในภูมิภาคฯ โดยมีผู้สื่อข่าวถูกสัวหาร 4 คน และล่าสุดมีผู้สื่อู่ข่าวเสียชีวิตในประเทศเมียนมาร์ 1 คน ชื่อนาย ออง จอ เนง โดยเสียชีวิตระหว่างถููกุควบคุมตัวโดยทหาร นายออง จอ เนง หรือ ปาร์ ยี อาศัยอยู่ในรัฐมอญ ทำข่าวเก่ี่ยวกับการสู้รบระหว่างกองกำลังทหารทัพพม่าและกลุ่มติดอาวุุธ

ชาติพันธ์กะเหรี่ยง

ซีป้ามีคาดหวังว่าการรณรงคครั้งนี้ นอกจากจะทำให้บรรดาสื่อมวลชนกันเองได้ตระหนัก

ถึงปัญหาของการละเว้นโทษผูู้กระทำผิด ซึ่งถือ่เป็นภุัยคุุกุคามเสรีภาพสื่อมวลชนที่สำคัญ ยังมุุ่งให้เกิดการตอบสนองที่เป็นรูปธรรมต่อปัญหานี้จากภาครัฐและภาคเอกชนด้วย

ส่วนหนึ่งของกิจกรรมคือ การจัดเสวนาสาธารณะระหว่างสื่อมวลชนกับภาครัฐ หรือสือมวลชนกับภาคประชาสังคม และกิจกรรมของสื่อมวลชนกันเองโดยจะจัดขึ้นพร้อมๆกัน

หรือแยกกันจัดเป็นช่วงๆตลอดเดือนในกัมพูชา อินโดนีเซีย และ ฟิลิปปินส์ เพือเปิดโอกาสให้แต่ละประเทศได้ถกปัญหาการละเว้นโทษผู้กระทำผิดซึ่งมีลักษณะของปัญหาที่แตกต่างกันไป

นอกจากกนี้ยังมีการจัดตรียมข้อมูลสำหรับสื่อมวลชน เช่น แนวโน้มของสถานการณ์ การละเว้นโทษผู้กระทำผิดต่อผู้สื่อข่าว และกรณีสำคัญที่สื่อควรให้ความสนใจ รวมทั้ง ข้อเสนอแนะและมาตรการที่เป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหาดังกล่าวจากทั้่งภาครัฐและสื่อมวลชน

เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่จะทำให้ผู้สื่อข่าวมีเสรีาภและความปลอดภัยในการทำหน้าที่

ข้อมูลเพิมเติมติดต่อ กายาทรี เวนกิตสวารัน ผุ้อำนวยการบริหาร กูลชาดา ชัยพิพัฒน์ ผู้จัุดการฝ่ายรณรงค์ หรือ เอ็ดการ์โด แลกาสปี เจ้าหน้าที่ฝ่ายติดตามข้อมูลสถานการณ์สือ

seapa@seapa.org หรือ โทรศัพท์ 02 2435579

 

 

ภาคผนวกข้้อมูลเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงกับผู้สื่อข่าวระหว่างปี 2549-2556

จากรายงายของยูเนสโก มีผู้สื่อข่าวเสียชีวิตจำนวน 593 คนระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2549 และ 31 ธันวาคม 2556

กลุ่มประเทศอาหรับครองอันดับประเทศที่มีนักข่าวเสียชีวิตมากที่สุด เป็นจำนวน 190 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 32 ของจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด รองลงมาคือกลุุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิค 179 คน คิดเป็นร้อยละ 30

ในจำนวนนี้มีเพียง 38 รายที่มีการปิดคดี หรือคิดเป็นร้อยละ 6.4 อีก 171 ราย อยู่่ระหว่างการ พิจารณาคดีในชั้นนศาล ทีเหลืออีก 384 ราย ไม่ได้รับทราบข้อมูล

ผู้สื่อข่าวที่ตกเป็นเป้าหมายของการสังหารส่วนใหญ่เป็นผู้สื่อข่าวในประเทศ เป็นผูู้ชาย และสังกัดหนังสือพิมพ์ สำหรับผุู้สือข่าวหญิงถูกคุกคามในรูปูแบบอื่น เช่นการล่วงละเมิดทางเพศ แต่ไม่ได้นำมารวมในชุดข้อมูลนี้

ปี 2555 เป็นปีที่สถิติการสังหารผู้สื่อข่าวพุ่งขึ้นสูงสุดโดยผูู้ผลิตข้อมูลผ่านทางโซเลียมีเดียตก เป็นเป้าหมายเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งนี้เนืองจากสถาการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในซีเรีย มีีการใช้กำลังอาวุธ มีการควบคุมสื่อกระแสหลักอย่างเข้มงวด ทำให้บล็อดเกอร์ต้องทำหน้าที่ รายงานข่าวสถานการณ์ทีเกิดขึ้นให้โลกภายนอกได้รับทราบ

อย่างไรก็ตาม ในปี 2556 จำนวนผู้สื่อข่าวที่ถูกสังหารได้ลดลงแต่การใช้่ความรุนแรงถึงขั้นให้ เสียชีวิตยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนือง

ในปีนี้ กรณีของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีผู้สื่อข่าวถูกสังหาร 6 คน โดยในฟิลิปปินส์ 4 คน ในกัมพููชา และเมียนมาร์ ประเทศละ 1 คน นอกจากมีผู้สื่อข่าวถูกทำร้ายอย่างรุุนแรง อีก 10 คน และ ถูกขู่ทำร้ายร่างกายอีก 8 คน

นิยามของผู้สื่อข่าว

อดีตผู้แทนของสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิเสรีภาพในการแสงออกและการแสดงความคิดเห็น แฟรงค์ ลา รู ได้นิยามไว้ว่า ผุ้สื่อข่าวคือบุุคคลที่เฝ้าสังเกต อธิบายเหตุการณ์ บันทึก วิเคราะห์ เหตุการณ์ แถลงการณ์ นโยบาย และข้อเสนอแนะต่างๆทีอาจส่งผลกระทบต่อสังคม โดยมีวัตถุประสงค์เพือจัดระเบียบข้อมูล รวบรวมข้อเท็จจริง และวิเคราะห์เพื่อรายงานให้ภาคส่วนต่างๆของสังคมหรือทั้งหมดได้รับทราบ

นอจากนี้ในการทำดัชนีวัดความปลอดภัุยขงอผู้สื่อข่าวได้นิยามคำว่าผู้สื่อข่าวไ่ว้ว่า ผู้ทำหน้า ทีสือได้แก่ นักช่าว ช่างภาพข่าว เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุน ผู้ช่วยนักข่าว หรือผู้ที่ทำกิจกรรมเคลือนไหวใน โซเชียลมีเดีย และนักข่าวพลเมือง ไ่ม่ใช่ผู้ใช้โซเชียลมีเดีย หรือสือดิจิตอลทุกคน ุ แต่ต้องเป็นผู้ ที่ใช้สือเหล่า นี้ผลิด คัดกรอง เผยแพร่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะเป็นจำนวนมาก