แถลงการณ์ของสมาคมเครือข่ายผู้สื่อข่าวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีป้า)

แถลงการณ์ของสมาคมเครือข่ายผู้สื่อข่าวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซีป้า)

26 พฤศจิกายน 2556

[click here for English Version: A dangerous turn?]

ซีป้าแสดงความวิตกกังวลต่อเหตูการณ์การชุมนุมทางการเมือง

ที่มีการคุกคามสื่อมวลชน เมือวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากการที่ผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี

ยิ่ิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีการเคลื่อนไหวไปตามสถานีโทรทัศน์ของรัฐ 5 แห่ง เมื่อวานนี เพื่อประท้วงต่อการรายงานข่าวที่ไม่เป็นธรรม

ต่อการชุมนุมทางการเมืองของฝ่ายตน ซึ่งเริ่มเข้มข้นข้นเม่ื่อต้นเดือนน้ี

และปรากฏว่ามีช่างภาพชาวเยอรมัน ถูกผูู้ชุมนุมทำร้ายร่างกาย หลังจากแกนนำผู้ชุุมนุมได้ตะโกนให้การ์ดของผู้ชุมนุมไล่เขาออกไป

นาย นิก นอสติท์ซ ได้รับบาดเจ็บจากการถูกรุมชก แต่ตำรวจมาช่วยกันตัวออกไปจากผู้ชุมนุมไว้ได้

ซีป้าขอประนามการกระทำของนายจุมพล ชุมใส แกนนำผู้ชุมนุม และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ที่ลาออกไป เป็นการกระทำที่ไม่รับผิดชอบ โดยที่นายจุมพลเป็นคนชี้ตัวนายนิก ขณะที่เขากำลังถ่ายภาพอยู่ในบริเวณนั้น จนเป็นเหตุให้ผู้ชุมนุมเข้ามาทำร้ายเขาในที่สุด

ทั้งนี้่นาย นิกได้สวมปลอกแขนแสดงตนเป็นสื่อมวลชน ที่ทางสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยออกให้ เพื่อ เป็นมาตราการความปลอดภัยสำหรับสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่รายงานข่าวในสถานการณ์ควkมขัดแย้ง

“การเรียกให้ผู้ชุมนุมไปขับไล่บุคคลอ่ื่่นที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับกลุ่มตน เข้าข่ายการยุยงให้ใช้ความรุนแรงโดยตรง”

ในขณะเดียวกัน ซีป้าเห็นว่า การชุมนุมประท้วงที่หน้าสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ อาจถูกมองว่า เป็นการบังคับขู่เข็นให้สื่อมวลชนรายงานข่าวที่เป็นประโยชน์ต่อกลุ่มตน เพื่อบิดเบือนข่าวให้เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลและธุรกิจสื่อของตน

“ไม่ว่าแรงกดดันจะมาจากกลุ่มใดก็ตาม การกระทำดังกล่าว ถื่อเป็นการคุกคามการทำหน้าที่รายงานข่าวของสื่อมวลชน มิให้ประชาชนได้่รับข้อมูลข่าวสารหรือทัศนะทางการเมืองที่หลากหลาย”

ซีป้าเกรงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นตัวชี้วัดว่า สังคมเริ่มมีความอดทนน้อยลง ในขณะที่ความตัึงเครียดระหว่างขั้วอำนาจทางการเมืองกลับรุนแรงขึ้น และจะยังคงมีการใช้ความรุนแรง คุกคามไม่แต่เฉพาะเสรีภาพของสื่อมวลชนและวิชาชีพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเสรีภาพทางความคิดและเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนด้วย

ซีป้าหวังว่าเหตูการณ์ครั้้งนี้จะไม่นำไปสู่จุดเปลี่ยนที่อันตรายของการชุมนุม และไม่ส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน และเสรีภาพในการแสดงออก

โดยแท้จริงแล้วการคุกคามเสรีภาพประชาชนและเสรีภาพสื่อมวลเหล่านี้ เกิดขึ้นทุกครั้งท่ี่มีการชุมนุมทางการเมืองนับตั้้งแต่ปี 2549เป็นต้นมา โดยขั้วตรงกันข้ามทางการเมืองทั้งสองฝ่าย นอกจากจะกระทำต่อสือฯแล้ว ยังคุกคามกันเองด้วย

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้สร้างความหว่่ันวิตกเพราะเกิดขึ้นหลังจากที่ทั่วโลกได้มีการ

รณรงค์เรียกร้องให้ทกุฝ่ายยุติการละเว้นการลงโทษผู้กระทำผิดในกรณีคุกคามเสรีภาพของส่ื่อ และเสรีภาพในการแสดงออก ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วน ที่รัฐบาลจะต้องรับผิดชอบต่อการใช้ความรุนแรงกับประชาชน และผู้สื่อข่าว ตลอดจนหามาตรการปกป้องสื่่อฯให้ทำหน้าที่wfhอย่างอิสระและเป็นมือ

อาชิีพ

ซีป้าขอสนุับสนุนแถลงการณ์ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศ ที่ได้เรียกร้องให้ทั้้งสองขั้วตรงข้ามทางการเมืองไม่ให้ขัดขวางการทำหน่้าที่ของสื่อมวลชนและให้ผู้สื่อข่าวทำหน้าที่ให้ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะท่ามกลางเหตุการณ์ตึงเครียดได้ต่อไป